ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ
ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวกัมพูชาหลายหมื่นคนจากพื้นที่ชนบทเดินทางมุ่งหน้ามายังจุดเดียวกันในเมืองหลวงของประเทศตั้งแต่วานนี้ (5) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานเทศกาลน้ำที่จัดขึ้นอีกครั้งหลังหยุดไปนาน 3 ปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประชาชนเหยียบกันตายบนสะพานที่แออัดในคืนสุดท้ายของการจัดงานในปี 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 353 คน
       
       สะริน โรธา อายุ 21 ปี ชาวเขมรจาก จ.บ้านใต้มีชัย ทางตะวันตกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เธอเดินทางมาร่วมงานเทศกาลนี้เป็นครั้งแรกพร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน หลังจากได้ยินเรื่องเล่าจากคนอื่นๆ
       
       เกษตรกรวัย 70 ปี จาก จ.กระแจ๊ะ ทางภาคตะวันออก กล่าวว่า ได้วางแผนเก็บเงินเป็นค่ารถ และอาหารเพื่อมาร่วมงานเทศกาลครั้งนี้ และคงรู้สึกเสียใจหากไม่ได้มาร่วมงานด้วยตัวเอง
       
       สอน สะรัน อายุ 53 ปี จาก จ.กำปงตาม ทางภาคตะวันออก กล่าวว่า งานเทศกาลน้ำเป็นโอกาสให้เธอได้พาลูกหลานเข้ามาเที่ยวในกรุงพนมเปญ
       
       “ฉันเช่ารถมินิบัสเพื่อพาครอบครัวทั้ง 12 คน มาร่วมงานเทศกาล ฉันต้องการให้พวกเขาสนุกสนานไปกันงานเทศกาล และเที่ยวชมเมืองหลวงด้วย” สะรัน กล่าว
       
       งานเทศกาลน้ำของกัมพูชาในปีนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่วันพุธ (5) และจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์ (7) นับเป็นงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประชาชนหลายหมื่นคนที่ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ชนบทจะเดินทางมายังกรุงพนมเปญเพื่อร่วมชมการแข่งเรือ ที่จัดขึ้นบนแม่น้ำโตนเลสาบ หน้าพระราชวัง
       
       เทศกาลน้ำเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำในแม่น้ำโตนเลสาปที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบเขมร หรือโตนเลสาบ และแม่น้ำโขง ตามการระบุของเว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา
       
       “นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงความรู้สึกสำนึกในคุณของแม่น้ำโขง ที่ทำให้ประเทศอุดมสมบูรณ์ และยิ่งไปกว่านั้น การแข่งเรือยาวยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกองทัพเรือเขมรในอาณาจักรเขมรโบราณ เมื่อศตวรรษที่ 12” ข้อความในเว็บไซต์ระบุ
       
       เบือ ชุมสะเรย รองประธานคณะกรรมการควบคุมการแข่งเรือ กล่าววานนี้ (5) ว่า เรือมังกรประมาณ 245 ลำ พร้อมกับฝีพายจากทั่วประเทศราว 17,000 คน เข้าร่วมการแข่งเรือในปีนี้
       
       “จำนวนเรือที่เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ยังน้อยกว่าในปี 2553 มาก เวลานั้นมีเรือไม้ 420 ลำเข้าร่วมการแข่งขัน” ชุมสะเรย กล่าว และอธิบายเพิ่มเติมว่า จำนวนเรือที่ลดลงนั้นเนื่องจากการยกเลิกงานเทศกาล 3 ปี เพราะอุบัติเหตุ
       
       เจีย ทุน อายุ 45 ปี ผู้ดูแลทีมเรือแข่งจาก จ.กำปงชะนัง ทางภาคเหนือ กล่าวว่า เรือของเขามีฝีพาย 63 คน และเข้าร่วมแข่งขันเพื่อความสนุกสนาน
       
       “ผู้ร่วมทีมของเราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และเราฝึกซ้อมกันแค่เดือนครึ่งเท่านั้น เรารักเทศกาลน้ำและต้องการอนุรักษ์เทศกาลนี้ไว้” ทุน กล่าว และว่า ฝีพายพักอยู่ในเพิงอาศัยชั่วคราวตามริมฝั่งแม่น้ำ แต่ละคนจะได้รับอาหาร และค่าใช้จ่ายวันละ 5,000 เรียล (ประมาณ 41 บาท)
       
       มิน ไม หัวหน้าทีมเรือแข่งจาก จ.กันดาล ทางภาคใต้ กล่าวว่า เรือของเขามีฝีพาย 73 คน และลูกเรือได้ฝึกซ้อมกันเพียงไม่กี่อาทิตย์ก่อนลงแข่ง
       
       “เราตื่นเต้นกันมากที่จะได้เห็นงานเทศกาลน้ำเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังหยุดไป 3 ปี เราไม่ใช่นักแข่งเรือมืออาชีพ พวกเราร่วมลงแข่งเพื่อความสนุกเท่านั้น หลังงานเทศกาลเราจะกลับไปที่หมู่บ้าน และทำงานในไร่สวนเหมือนเดิม” มิน ไม กล่าว
       
       ระหว่างงานเทศกาลน้ำ 3 วัน นอกจากการชมการแข่งขันเรือยาวในเวลากลางวันแล้ว ผู้ที่มาเที่ยวชมงานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมเรือไฟ และดอกไม้ไฟเหนือแม่น้ำโตนเลสาบบริเวณด้านหน้าพระราชวังในเวลากลางคืน รวมทั้งงานแสดงสินค้า และดนตรี
       
       พล.ท.เกิด จันทฤทธิ์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา กล่าวว่า เจ้าหน้าที

รักษาความปลอดภัยกว่า 10,000 นาย รวมทั้งตำรวจ สารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่คุ้มกัน ผู้เชี่ยวชาญการเก็บกู้ระเบิด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะถูกระดมกำลังเข้าประจำการในช่วงงานเทศกาล รวมทั้งบังคับใช้มาตรการการป้องกันที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยโศกนาฏกรรมในปี 2553. 

ขอขอบคุณที่มา :  
ASTVผู้จัดการออนไลน์


ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

ชาวเขมรทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากรุงพนมเปญฉลองเทศกาลน้ำ

โดย Editor
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557
พิมพ์หน้านี้